สมัครสมาชิก

อังกฤษได้ชิงสมใจ!

08/07/2021 ADMIN

“สิงโตคำราม” อังกฤษ เข้าชิงบอลยูโรสำเร็จเป็นครั้งแรกของพวกเขา หลังฮีโร่คนเดิม “แฮร์รี่ เคน” ได้แต้มสำคัญช่วงต่อเวลาอัด “โคนม” เดนมาร์ก 2-1 รอดวล อิตาลี ที่สนามเวมบลีย์ สเตเดี้ยม วันอาทิตย์ที่ 11 กรกฎาคม

สนาม : เวมบลีย์ สเตเดี้ยม, ลอนดอน (อังกฤษ)

ฟุตบอลยูโร 2020 รอบรองชนะเลิศ คืนวันพุธที่ 7 กรกฎาคมที่ผ่านมา “สิงโตคำราม” อังกฤษ รอบ 8 ทีมลงโชว์ฟอร์มดุถล่ม ยูเครน 4-0 แกเร็ธ เซาธ์เกต นำทีมชิงดำ-เป็นแชมป์ครั้งแรก มีปรับผู้เล่นนิดหน่อย แต่ตัวจริงยังวาง “สเตอร์ลิง-เคน” พร้อมขู่ “โคนม” เดนมาร์ก ที่เอาชนะ เช็ก ผ่านเข้าตัดเชือกในรอบ 29 ปี คาสเปอร์ ฮูลมันด์ หวังพาทีมลุ้นแชมป์อีกสมัยให้ได้ มี “เบรธเวท-โดลเบิร์ก” ทะลวงตาข่าย

สิงโตคำรามจัดในนาที 13 แฮร์รี่ เคน ไหลบอลออกซ้าย ราฮีม สเตอร์ลิง ลากบอลโยกหลบ อันเดรียส คริสเตนเซ่น หาเหลี่ยมยิงในเขตโทษ แต่โชคไม่ดีบอลเข้ามือนายประตูโคนม
โคนมได้ลุ้นนาที 15 ปิแอร์-เอมิล ฮอยเบิร์ก พาบอลเข้าระยะมาถึงหน้าเขตโทษ ตัดสินใจยิงทันทีแต่บอลไร้น้ำหนักนายทวารผู้ดีรับสบาย

จังหวะถัดมา จอร์แดน พิคฟอร์ด ออกบอลพลาดมาถูก มิคเคล ดัมส์การ์ด ดักหน้ากรอบเขตโทษแทงออกมาด้านซ้าย มาร์ติน เบรธเวท ซัดไปแฉลบแข้งอังกฤษออกหลัง นาทีที่ 16
เดนมาร์กน่าเฮก่อนนาที 25 มิคเคล ดัมส์การ์ด เลี้ยงเข้าในเขตโทษ ก่อนเตะบอลแหวกแนวรับสิงโตคำราม บอลเลี้ยวไม่พอออกข้างกรอบประตูทางขวาแบบแอบมีเสียว

โคนมเอาจนได้ 1-0 มิคเคล ดัมส์การ์ด ซัดฟรีคิกระยะ 25 หลาเยื้องมาด้านซ้าย บอลพุ่งข้ามกำแพง ก่อนฮุบผ่านมือ จอร์แดน พิคฟอร์ด ซุกตาข่ายอย่างสวยงาม ในอีกห้านาทีต่อมา

นาที 38 แฮร์รี่ เคน ใช้ตัวบังบอลแล้วตวัดเข้ากลาง ราฮีม สเตอร์ลิง สปีดมาซัดเต็มเท้า แต่เจอ แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล ยืนถูกตำแหน่งเอาตัวบล็อกลูกยิงได้อย่างเหลือเชื่อ

อีกเพียงนาทีเดียว แฮร์รี่ เคน ส่งบอลผ่านช่องให้ บูคาโย่ ซาก้า ลากมาส่งบอลในเขตโทษ ราฮีม สเตอร์ลิง วิ่งมากดดันจน ซิมง เคียร์ ต้องสไลด์เคลียร์บอลพลาดเสยเพดานตาข่ายฝั่งตนเองไป ให้ อังกฤษ ตีคืนเป็น 1-1 หมดครึ่งแรกสกอร์นี้
ครึ่งหลัง เข้านาทีที่ 52 โยอาคิม เมห์เล่ ส่งบอลต่อ แคสเปอร์ โดลเบิร์ก จับบอล ก่อนซัดตรงวงกลมเขตโทษ จอร์แดน พิคฟอร์ด ทิ้งตัวปัดไว้ได้ หัวหอกโคนมล้ำหน้าก่อนแล้วเช่นกัน

อีกสามนาที เมสัน เมาท์ วางลูกฟรีคิกเข้ามากลางเขตโทษ แฮร์รี่ แม็กไกวร์ เติมสูงเทคตัวโขกเต็มหัว บอลไม่ห่างตัว แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล ลอยตัวทุบทิ้งทันเวลา

ปิแอร์-เอมิล ฮอยเบิร์ก แทงบอลเรียดมาที่ มาร์ติน เบรธเวท หลอกข้ามบอลเลยมาหา แคสเปอร์ โดลเบิร์ก หมุนตัวซัดบอลเข้ามือนายทวารสิงโตคำราม นาทีที่ 59

นาทีที่ 64 อังกฤษลุยอีก ราฮีม สเตอร์ลิง กระทุ้งบอลเข้ามาที่ บูคาโย่ ซาก้า แตะบอลยาวแต่กลายเป็นดี เมสัน เมาท์ เก็บแล้วซัดทางซ้ายของเขตโทษ บอลเข้ากรอบแต่ก็เข้าซองมือกาวคู่แข่ง

แฮร์รี่ เคน ครอสบอลออกมาทางขวา เมสัน เมาท์ รับบอลเปิดโดนปลายเท้า โยอาคิม เมห์เล่ เปลี่ยนทิศทางบอลจะมุดเสียบตาข่าย แต่เป็น แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล ปัดพ้นคานไป ในนาทีที่ 73

อีกเพียงสองนาที แฮร์รี่ เคน วิ่งมาแตะบอลก่อนถูก คริสเตียน นอร์การ์ด สะกิดล้มลงในเขตโทษ กรรมการเช็ควีเออาร์ว่าเป็นจุดโทษหรือไม่ แล้วตัดสินเป็นดาวยิงสิงโตคำรามทำฟาวล์คู่แข่งไปแทน
สิงโตคำรามชวดเฮนาทีที่ 90+5 เมสัน เมาท์ โยนบอลฟรีคิกริมสนามฝั่งขวา บอลโค้งมาระยะ 7 หลา แฮร์รี่ แม็กไกวร์ กระโดดโหม่งบอลยังเข้ามือนายทวารโคนมเช่นเคย จบ 90 นาทียังเสมออยู่ 1-1 ต้องต่อเวลาอีก 30 นาที

ช่วงต่อเวลานาทีที่ 94 แฮร์รี่ เคน ปรี่โฉบตัดหน้า ยานนิค เวสเตอร์การ์ด ในเขตโทษทางขวา ก่อนซัดเร็ว ติดมือ แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล เซฟช่วยทีมอีกครา

ฟิล โฟเด้น ตัวสำรองลงมาป้ายบอลไปที่ แจ็ค กรีลิช ลองปั่นโค้งหน้ากรอบเขตโทษด้านซ้าย บอลตรงตัวนายทวารเดนส์ยืนปักหลักทุบทิ้งออกไป นาทีที่ 98

อังกฤษเฮสนั่น 2-1 นาทีที่ 104 ราฮีม สเตอร์ลิง กระชากบอลริมเส้นทางขวา หลุดเข้าไปโดน โยอาคิม เมห์เล่ เข้าสกัดล้มลง เชิ้ตดำชาวฮอลแลนด์ ชี้จุดโทษพร้อมเช็ควีเออาร์ ยืนยันคำเดิม แฮร์รี่ เคน ซัดทีแรกติดมือ แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล ก่อนเจ้าตัวตามซ้ำตุงประตู

ช่วงนาทีที 120 แฮร์รี่ เคน ไหลบอลมาทาง ราฮีม สเตอร์ลิง ลากบอลลุยเจาะเข้าเขตโทษด้านขวา ก่อนซัดบอลมุมแคบ แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล ใช้ตัวป้องกันได้อีกครั้ง ก่อนหมดเวลาเป็น อังกฤษ ชนะ เดนมาร์ก 2-1 รอดวล อิตาลี ที่สนามเวมบลีย์ สเตเดี้ยม วันอาทิตย์ที่ 11 กรกฎาคมต่อไป
รายชื่อผู้เล่นที่ลงสนาม

อังกฤษ (4-2-3-1): จอร์แดน พิคฟอร์ด,ไคล์ วอล์คเกอร์,จอห์น สโตนส์,แฮร์รี่ แม็กไกวร์,ลุค ชอว์,คัลวิน ฟิลลิปส์,ดีแคลน ไรซ์ (จอร์แดน เฮนเดอร์สัน น.95),บูคาโย่ ซาก้า (แจ็ค กรีลิช น.69-คีแรน ทริปเปียร์ น.106),เมสัน เมาท์ (ฟิล โฟเด้น น.95),ราฮีม สเตอร์ลิง,แฮร์รี่ เคน

เดนมาร์ก (3-4-3): แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล,อันเดรียส คริสเตนเซ่น (โยอาคิม อันเดอร์เซ่น น.79),ซิมง เคียร์,ยานนิค เวสเตอร์การ์ด (โยนาส โอลเดอร์ วินด์ น.106),เยนส์ สตรีเกอร์ ลาร์เซ่น (แดเนี่ยล วาสส์ น.67),ปิแอร์-เอมิล ฮอยเบิร์ก,โธมัส เดอลานี่ย์ (มาติอัส เยนเซ่น น.88),โยอาคิม เมห์เล่,มาร์ติน เบรธเวท,แคสเปอร์ โดลเบิร์ก (คริสเตียน นอร์การ์ด น.67),มิคเคล ดัมส์การ์ด (ยุสซุฟ โพลเซ่น น.67)

ผู้ตัดสิน : ดานนี มัคเคลี่ (ฮอลแลนด์)

Leave Comment