สมัครสมาชิก

เรือใบสีฟ้า ทุบ ปืนใหญ่ 3-0

18/06/2020 ADMIN

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ หลังรีสตาร์ทได้ยอดเยี่ยม เปิดรังทุบ “ไอ้ปืนใหญ่” ไม่ยาก 3-0 นั่งรองจ่าฝูงต่อไป เกมนี้ อาร์เซน่อล เหลือเพียง 10 คน หลัง ดาวิด ลุยซ์ ตัวสำรองโดนใบแดงไล่ออกช่วงครึ่งหลัง ทำให้ทัพปืนโตรั้งอันดับ 9 เหมือนเดิม ในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อคืนวันพุธที่ 17 มิ.ย.ที่ผ่านมา
สนาม : เอติฮัด สเตเดี้ยม
รีสตาร์ท พรีเมียร์ลีก นัดตกค้าง คืนวันพุธที่ผ่านมา เป็นคู่ “บิ๊กแมตช์” ระหว่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เปิดบ้านรับมือ อาร์เซน่อล
เป๊ป กวาร์ดิโอล่า จัด เควิน เดอ บรอยน์ เกมรุกอยู่หลัง ริยาด มาห์เรซ, กาเบรียล เชซุส และราฮีม สเตอร์ลิง ส่วน มิเกล อาร์เตต้า ของอาร์เซน่อล วาง ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมย็อง ล่าประตูโดยมีดาวรุ่งอย่าง บูกาโย่ ซาก้า, โจ วิลล็อค และ เอ็ดดี้ เอ็นเคเทียห์ ค่อยช่วย
ครึ่งแรกเริ่มเกมได้ไม่ถึง 2 นาที “ปืนใหญ่” ได้บอลหลัง แบร์นด์ เลโน่ เปิดบอลยาวให้ เอ็ดดี้ เอ็นเคเทียห์ หลุดเข้าไปยกบอลหนี เอแดร์ซอน แต่บอลสูงข้ามคานไป แต่ผู้ตัดสินเป่าให้ เอ็นเคเทียห์ ล้ำหน้าไปก่อน
นาทีที่ 4 “เรือใบสีฟ้า” ได้ลุ้นฟรีคิกกว่า 20 หลา เควิน เดอ บรอยน์ วิ่งมาปั่นด้วยขวาเต็มแรงบอลพุ่งเข้ากรอบแต่ไปติดมือของ เลโน่ ที่ปิดข้ามคานหวุดหวิด
นาทีที่ 8 อาร์เซน่อล เปลี่ยนตัวคนแรกอย่างรวดเร็วหลัง กรานิต ชาคา บาดเจ็บเล่นต่อไม่ไหวทำให้ต้องส่ง ดานี่ เซบายอส ลงเล่นแทน
นาทีที่ 13 ไอ้ปืนใหญ่ สวนกลับขึ้นอีกครั้ง บูกาโย่ ซาก้า หลุดขึ้นไปทางขวาก่อนครอสเข้ากลางมาให้ เอ็นเคเทียห์ วิ่งมายิงด้วยขวาหลุดกรอบไป
นาทีที่ 24 มิเกล อาร์เตต้า นายใหญ่ของอาร์เซน่อลปวดหัวอีก หลัง ปาโบล มารี เซ็นเตอร์แบ็กมาเจ็บกล้ามเนื้ออีกคน ก่อนจะเล่นต่อไม่ไหวต้องส่ง ดาวิด ลุยซ์ ลงเล่นแทน
นาทีที่ 34 “เรือใบสีฟ้า” เกือบได้ประตูขึ้นนำ หลัง ราฮีม สเตอร์ลิง ซัดด้วยขวาเต็มแรงแต่ยังเป็น แบร์นด์ เลโน่ ที่พุ่งปัดออกหลังไปอย่างน่าเสียดาย
นาทีที่ 36 กาเบรียล เชซุส ส่งผ่านช่องให้ ดาบิด ซิลวา หลุดเข้าไปยิงด้วยซ้ายแต่บอลก็ยังไปติดมือ แบร์นด์ เลโน่ ที่โชว์เหนียวเซฟได้อีก
นาที 37 เลโน่ ยังโชว์ฟอร์มได้ดี หลัง ริยาด มาห์เรซ หลุดเข้าไปซัดด้วยซ้ายแต่ยังโดนนายด่านเลือดเยอรมันเซฟไว้ได้

MANCHESTER, ENGLAND – JUNE 17: Raheem Sterling of Manchester City scores his team’s first goal is challenged by Shkodran Mustafi of Arsenal during the Premier League match between Manchester City and Arsenal FC at Etihad Stadium on June 17, 2020 in Manchester, United Kingdom. (Photo by Matt McNulty – Manchester City/Manchester City FC via Getty Images)


เกมรับของทัพปืนใหญ่วุ่นวาย นาทีที่ 40 เควิน เดอ บรอยน์ ส่งบอลให้ สเตอร์ลิง หลุดเข้าไปชิพบอลข้ามตัว เลโน่ ข้ามคานไปชนิดได้ลุ้น
ช่วงทดเจ็บนาที 45+2 “เรือใบสีฟ้า” ทำประตูนำขึ้น 1-0 จังหวะที่ เควิน เดอ บรอยน์ เปิดบอลเข้าไป ดาวิด ลุยซ์ พยายามหลุดบอล แต่บอลไหลหนีจนโดน ราฮีม สเตอร์ลิง ใช้ความเร็วเข้าไปซัดด้วยขวาผ่านตัว เลโน่ เข้าไปอย่างเด็ดขาด
ครึ่งแรก แมนฯ ซิตี้ ได้ประตูขึ้นนำ อาร์เซน่อล 1-0

ครึ่งหลัง ยังไม่มีการเปลี่ยนตัว นาที 49 สถานการณ์ของอาร์เซน่อลแย่ลงอีก ต้องมาเสียจุดโทษและเหลือแค่ 10 คน หลัง ดาวิด ลุยซ์ โดนใบแดงไล่ออกจากจังหวะที่ไปดึง ริยาด มาห์เรซ ล้มลงในเขตโทษ ผู้ตัดสิน ชี้เป็นจุดโทษ และเป็น เควิน เดอ บรอยน์ ยิงเข้าไปไม่พลาด ให้ แมนฯซิตี้ นำ 2-0
เป๊ป ยังรุกเต็มที่ นาทีที่ 60 ได้ลุ้นหลัง กาเบียล เชซุส ซัดนอกกรอบบอลพุ่งแรงแต่ไปตรงตัว แบร์นด์ เลโน่

นาที 70 เจ้าบ้านโจมตีต่อเนื่อง ราฮีม สเตอร์ลิง ไหลบอลต่อให้ เควิน เดอ บรอยน์ กดด้วยขวาบอลพุ่งแต่ยังไม่ผ่านมือ แบร์นด์ เลโน่ ที่เซฟเป็นที่ 7 ของเกม

นาที 81 “เรือใบ” มาเสีย เอริค การ์เซีย ที่บาดเจ็บจนเล่นต่อไม่ไหวทำให้ เป๊ป ต้องเปลี่ยนตัว

ช่วงทดเจ็บ นาที 90+2 เจ้าบ้านได้ประตูนำห่างเป็น 3-0 จังหวะที่ ราฮีม สเตอร์ลิง จ่ายมาเสาไกลให้ กุน อเกวโร่ ตัวสำรองยิงติดเซฟ แบร์นด์ เลโน่ ก่อนบอลจะชนเสามาเข้าทาง ฟิล โฟเด้น ยิงซ้ำเข้าไป
ช่วงเวลาที่เหลือไม่มีสกอร์เพิ่ม จบเกม แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เอาชนะ อาร์เซน่อล ที่เหลือ10คนไปได้ 3-0 คว้าแต้มรองฝูงต่อไปโดยมี 60 คะแนน ส่วน อาร์เซน่อล รั้งอันดับ 9 มี 40 คะแนน

รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม

เอแดร์ซอน – ไคล์ วอล์คเกอร์, เอริค การ์เซีย, เอมเมอริค ลาป๊อร์กต์ (แฟร์นันดินโญ่ น.70), เบนฌาแม็ง เมนดี้ – อิลคาย กุนโดกัน, เควิน เดอ บรอยน์ (โรดรี้ น.77), ดาบิด ซิลบา (แบร์นาร์โด ซิลวา น.65) – ริยาด มาห์เรซ (ฟิล โฟเด้น น.65), ราฮีม สเตอร์ลิง, กาเบรียล เชซุส (เซร์คิโอ อเกวโร่ “กุน” น.80)

อาร์เซน่อล (4-2-3-1) : แบร์นด์ เลโน่, เอคตอร์ เบเยริน, ปาโบล มารี (ดาวิด ลุยซ์ น.24 (ใบแดง น.49), ชโคดราน มุสตาฟี่, คีแรน เทียร์นี่ย์, – กรานิต ชาคา (ดานี่ เซบายอส น.10), มัตเตโอ เก็นดูซี่ (เอนสลี่ย์ เมดลันด์ ไนล์ส น.67) – บูกาโย่ ซาก้า, โจ วิลล็อค (รีสส์ เนลสัน น.67), เอ็ดดี้ เอ็นเคเทียห์ (อเล็กซ็องดร์ ลากาแซ็ตต์ น.67)- ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมย็อง

ผู้ตัดสิน : แอนโทนี่ เทย์เลอร์

Leave Comment